Archive for the 'My Life' Category

Page 2 of 3

Happy is all around

เชื่อไหมครับว่าความสุข เราสามารถแบ่งปันกันได้ ผมเชื่อนะ แล้วก็เชื่อมานานแล้วด้วย…

ความสุข เป็นความรู้สึกชนิดหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดที่แสดงถึงความรู้สึกดีๆ แต่บางครั้ง ความสุข ก็ไปอยู่ผิดที่ ผิดทางกลายเป็น ความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น หรือความสุขชั่ววูบ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ความสุขก็ยังเป็นความที่คนทุกคนต้องการ แล้วจะทำอย่างไรเราถึงจะได้ความสุขชิ้นโตมาครอบครองกันหละ

จริงๆ แล้วเราทุกคนรู้ดีว่า ความสุข นั้นมันก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหละ ผมรู้ และคุณก็รู้ อยู่ที่เราเองว่าเราจะจัดการกับสิ่งรอบตัวอย่างไรให้ได้รับความสุข ไม่ยากหรอกครับถ้าอยากมีความสุข แต่ถ้ามันเกิดยากขึ้นมา ก็ตัวเราเองนี่แหละที่มักจะทำให้มันยากกันไปเอง ยกตัวอย่างเรื่องที่ทำให้ผมมีความสุขเรื่องหนึ่ง เรื่องเล็กๆ ครับคุณรู้ไหมว่า มาม่าคัพ ถ้วยหนึ่งเนี้ยทำให้คนในครอบครัวผมสองคนมีความสุขได้ แม่ผมแลกซื้อมาด้วยเงินเพียง 9 บาท (จากราคาเต็ม 12 บาท) แม่ผมมีความสุขมากที่ประหยัดเงินไปถึง 3 บาท ปลาบปลื้มกันไป และตอนที่ผมกำลังพิมพ์เรื่องนี้อยู่ ผมก็เปิดฝากดน้ำร้อนใส่ รอให้ได้ที่ แล้วละเลียดอย่างเมามันส์ เพราะผมกำลังหิว ง่ายไหมครับ ความสุขจากเงิน 9 บาท จากมาม่าคัพ หนึ่งถ้วย เรื่องเล็กๆ แบบนี้ ความสุขเล็กๆ อย่าไปมองข้ามมันนะครับ

Continue reading ‘Happy is all around’

love is…

“ความรักทำให้คนตาบอด” ใครเป็นคนบัญญัติคำๆ นี้ขึ้นมาในโลกของความรัก คงจะมีน้อยคนนักที่จะรู้ แต่ที่เดาเอาง่ายๆ คือ คนผู้นี้ต้องมีความรักที่ไม่สมหวังแน่ๆ

ในบรรดาความรู้สึกต่างๆ ของคนเราปกติ ความรักดูจะเป็นความที่มีผู้ให้ความหมายต่างๆ นาๆ มากที่สุดก็ว่าได้ เช่นที่กล่าวไปในย่อหน้าแรก “ความรักทำให้คนตาบอด” หรือลองคิดกันเล่นๆ “ความรักคือความเข้าใจ” เอาอีก “ความรักคือการเสียสละ” “ความรักคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน” หรือถ้าเป็นผม ผมจะจำกัดความว่า ความรักคือการเรียนรู้ของชีวิตอย่างหนึ่ง..

Continue reading ‘love is…’

เรื่องน่าแปลกที่ไม่แปลกหน้า

วันอาทิตย์วันที่ถูกเหมาจากคนหมู่มากว่าวันนี้คือวันหยุดพักผ่อน สำหรับผมแล้วเกือบทุกวันอาทิตย์ไม่เหมือนวันหยุดพักผ่อนสักเท่าไหร่ ถ้าจะบอกว่าเป็นวันที่ต้องคิดเรื่องงาน ลงมือทำงาน น้อยกว่าทุกๆ วัน ดูจะเหมาะดีกว่า ไม่น่าเชื่อเลยว่า ภาระหน้าที่ในการทำงาน มันจะเข้ามาตีสนิทกับชีวิตของผมได้อย่างสนิทสนมมาก และรวดเร็วถึงเพียงนี้ นึกถึงเมื่อครั้งที่ยังเป็นนักศึกษา อืม ย้อนไปสัก หกถึงเจ็ดปี ความรู้สึกยังเหมือนประมาณเมื่อวานซืนนี้เอง ผมกับภาระหน้าที่ การทำงานต่างๆ เรายังเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับกันและกันอยู่เลย

Continue reading ‘เรื่องน่าแปลกที่ไม่แปลกหน้า’

ความล้มเหลว

ผมตื่นขึ้นมาในเช้ามืดวันหนึ่ง ที่พายุกำลังเดินทางมาถึง เสียงลมที่พายุพาเข้ามา ลอดผ่านหน้าต่างแบบบานมุ้งลวดให้เสียงโหยหวน ฟังแล้วน่าขนลุกยิ่งนัก ถึงจะมีลมแรงเช่นนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววของสายฝน แต่มันคงกำลังเดินทางมา และคงจะมาตกให้เห็นถึงหน้าบ้านแน่ๆ

นาฬิกาไม่ได้บอกผมว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่ เพราะไม่ได้อยู่ในระยะทำการของสายตาที่จะมองเห็นเวลาได้ แต่ผมเดาจากเสียงไก่ขันว่าตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงเวลา ตีสี่ย่างเข้าตีห้า ไม่น่าจะผิดไปมากน้อย ความรู้สึกผมในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปกับอากาศภายนอกบ้านที่กำลังแปรปรวน ผมรู้สึกหมดหวังและหมดความศรัทธาในเช้าของวันใหม่ไปทุกๆ ที ทุกครั้งที่ผมนับวันที่ผ่านไปในชีวิต จะมีเรื่องดีๆ ให้ได้ภูมิใจกับเค้าสักกี่เรื่อง เรื่องแย่ๆ ไม่ต้องนับให้ปวดนิ้วหรอกครับ ผมว่าใช้เครื่องคิดเลขน่าจะดีกว่า

Continue reading ‘ความล้มเหลว’

i think of U(FO)

คุณเคยได้ยินเรื่อง จานบิน และ มนุษย์ต่างดาวบ้างไหม ถ้าคุณเคยได้ยินได้ฟังมา คุณเชื่อเรื่องพวกนี้ไหมล่ะ ถ้าคุณเชื่อเรื่องพวกนี้ ผมอยากจะถามคุณต่อว่าคุณเคยเจอกับตัวเองหรือเปล่า แต่ถ้าคุณเฉยๆ กับเรื่องเหล่านี้เหมือนผมเมื่อก่อน ตอนนี้ผมมีอะไรจะเล่าให้คุณฟัง

วันที่ 18 ตุลาคม 2549 ช่วงเย็นของวัน ผมเดินทางกลับมาจาก อ.ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังจากที่ผ่านโค้งมานับไม่ถ้วน ตามสเปกของถนนสายแม่มาลัย-ปาย ผมก็เข้าสู่ถนนเส้นตรงซึ่งเป็นช่วงที่ตัดใหม่ ตัดเข้าสู่ถนนสาย แม่ริม โดยที่ถนนช่วงตัดใหม่นี้มีระยะทางราวๆ 5 กม. และในช่วงระยะทาง 5 กม.นี่เอง ที่ทำให้ผมไม่เฉยๆ กับเรื่องจานบินอีกต่อไป

Continue reading ‘i think of U(FO)’

Miss Calls

สัญญาณชนิดสองวัตต์กำลังวิ่งออกจากโทรศัพท์โดยมีความรู้สึกดีๆ คอยวิ่งตีคู่เหมือนเป็นพี่เลี้ยง ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ เครื่องรับปลายทางก็จะได้รับสัญญาณนี้ ซึ่งจะส่งเสียงหรือสั่นเตือนเจ้าตัวนั้นสุดแล้วแต่ ที่แน่ๆ ผู้รับนั้นคงไม่สามารถสัมผัสถึงความรู้สึกดีๆ ที่ถูกส่งมาพร้อมกับสัญญาณที่ว่า ผู้รับใจดำถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์เสียที ปล่อยให้ผู้ส่ง ส่งสัญญาณจนเมื่อยนิ้ว หลังจากที่กดอยู่นาน โดยที่ไม่มีวี่แววสัญญาณของความเห็นใจที่จะรับสายจากใครคนนั้น สัญญาณของความน้อยใจก็เข้าปกคลุมจิตใจของผู้ส่ง และแล้วผู้ส่งก็จิตตกไปตามระเบียบ

Continue reading ‘Miss Calls’

กลิ่นหอมในชุดแดง

เวลาเย็นของวันหนึ่งที่แสงแดดจางหาย เพราะมีว่าที่เมฆฝนเจ้าถิ่นประจำฤดูผ่านเข้ามา แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าถิ่นก็ยังสุภาพไม่ส่งฝนโปรยปรายให้ใครได้เปียก อากาศกำลังดีมากถึงมากที่สุด มีลมที่พัดโชยเอากลิ่นใบไม้ใบหญ้าออกมาต้อนรับเมฆฝนเจ้าถิ่น และผู้คนที่บ้างก็มาเดินวิ่งออกกำลัง บ้างก็จูงลูก จูงสุนัข บ้างก็นั่งชมธรรมชาติ ตามที่อารมณ์ของแต่ละคนจะอำนวย

เด็กหญิงคนหนึ่งกำลังออกแรงด้วยการวิ่ง วิ่งโดยมีจุดหมายคือลูกหมาขนปุย ที่คอยวิ่งเข้ามาชักชวนให้เด็กน้อยวัยขวบกว่าคนนี้ได้วิ่งตาม เด็กน้อยวิ่งไล่จับหมาน้อยขนปุยโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นอกจากวิ่งแล้วเด็กน้อยยังบ่นพึมพัมไม่เป็นภาษาแต่พอจะเดาได้ว่าให้หมาน้อย รอแกด้วย หมาน้อยก็แสนรู้ทำทีหยุดนิ่งๆเหมือนจะรอ แต่พอเด็กน้อยเข้ามาใกล้ เจ้าขนปุยก็วิ่งห่างออกไปอีกหลายวา

เย็นวันนั้นคงไม่มีใครในโลกจะมีความสุขไปมากกว่าเด็กน้อยคนนี้ ผมตัดสินจากภาพที่เห็น เสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากเด็กน้อยในชุดกระโปรงสีแดงที่เข้ากับสีแก้มและริม ฝีปาก เสียงตะโกนทักทายที่ไม่สามารถแปลเป็นภาษาใดๆ ในโลกได้ แต่ทุกคนสามารถตอบได้ด้วยรอยยิ้ม ท่าทางกวนๆ ที่ไม่ต้องเลียนแบบตลกมืออาชีพ แต่ก็ตลกได้เท่ากัน

Continue reading ‘กลิ่นหอมในชุดแดง’

ฝันกลางวัน

” ใครอยากมีฝัน ล้อมวงตรงเข้ามา มีฝันที่ว่าแบบหรูเลือกดูกัน คนที่ไม่มีฝันไกล ใครไม่กล้าจะฝันกัน ขายถูกๆ เท่านั้นไม่เอาแพงเลย… “

วันนี้ผมจะเริ่มอาชีพใหม่ครับ เป็นกิจการการขายฝัน ที่อ่านน่ะถูกต้องแล้วครับ ผมจะขายฝัน เลยหยิบยืมเอา เพลงของเฉลียงมาจั่วหัวไว้ ความฝันที่ผมจะเอามาขายนี้ ต้องบอกก่อนว่ากลุ่มลูกค้านั้นเป็น กลุ่มคนที่มีความสุขครับ เพราะผมขายแต่ฝันร้ายๆ พอดีฐานการผลิตมันมีแต่เรื่องร้ายๆ ฝันมันก็เลยไม่พ้นเรื่องพวกนี้ ใครที่มีความสุขมากๆ เวลานอนมีแต่ความฝันดีๆ อยากลองฝันร้ายบ้างก็มาเลือกเอาไปฝันกันดูครับ

อันที่จริงความฝันที่ดีๆ ของผมก็มีกับเค้าอยู่บ้างเหมือนกัน ส่วนใหญ่ของความฝันที่ดีของผมไม่ได้เกิดจากช่วงเวลากลางคืน ที่นอนหลับ แต่มันเกิดในช่วงเวลากลางวัน จะบอกว่ามันเป็นฝันกลางวันก็ไม่น่าจะผิด ฝันกลางวันไม่ได้เลวร้ายอะไรเหมือนความหมายของมันที่เรารู้กันดี ใครหลายๆ คนมักจะใช้คำนี้ในการสบประมาทความฝัน ความคิด ของคนอื่น

ผมชอบฝันกลางวันครับ ฝันกลางวันเป็นฝันที่ผมสามารถควบคุมได้ ทำให้มันยังอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ผมจึงสามารถสร้างฝันกลางวันได้ตามจินตนาการของตัวเอง ส่วนจะทำให้ความฝันที่สรรสร้างขึ้นเป็นจริงได้แค่ไหนก็อีกเรื่องครับ บอกตรงๆ ว่าที่ผ่านมา ผมมีความรับผิดชอบต่อความฝันของตัวเองน้อยมาก บางครั้งผมทอดทิ้งมันให้อยู่กับเรื่องแย่ๆ ในอดีต ผมเลิกคิดถึงมันในบางครั้งที่ผมมีความสุข ผมปล่อยให้ฝันที่ผมตั้งใจสร้างมันขึ้นมาอยู่อย่างเร่ร่อน จนใครๆ เริ่มพูดถึงมันว่าเป็น ฝันลมๆ แล้งๆ ก็จริงของเค้าล่ะครับ ผมละเลยความฝัน อย่างไม่น่าให้อภัย

ตอนนี้ผมเก็บทุกความฝันของผมแขวนไว้บนหัวเตียง ก่อนนอนก็เห็น ตื่นนอนก็เห็น คว้าเอามาฝันต่อเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ ไม่มีตกหล่น ฝันส่วนไหนที่ไม่เข้าท่าเปลี่ยนได้ให้ดูเข้าที ไม่มีการทอดทิ้งอีกต่อไป ถ้าเราจะรับผิดชอบความฝันของเรา เราก็น่าจะเริ่มต้นที่การจุดความฝันขึ้นบนความจริงซะก่อน เมื่อเราตื่นเช้าขึ้นมาความฝันที่เราแขวนไว้บนหัวเตียงจะได้เป็นแรงผลักดัน ให้เราก้าวไปตามทางที่ถูกต้องและเป็นจริงได้ เพราะจริงๆ แล้ว ความจริงกับความฝันมันก็ไม่ได้อยู่ห่างกันมากจนเกินไป ถ้าเรารู้จักเรียนรู้ และปรับมันให้ดี

” ฝัน ฉันฝัน ทุกวันที่มีชีวิตอยู่ เวลาได้บอกกับฉันว่า จงจุดความฝันขึ้นบนความจริง” (พิบูลศักดิ์ ละครพล)

ตอนนี้ใครยังไม่ได้ฝันกลางวัน ก็อย่าลืมลองฝันดูนะครับ ใครที่ฝันดีไม่มีที่ติ ก็อย่าลืมซื้อฝันร้ายของผมไปลองได้ รับประกันความหดหู่ครับ…

ผิดหวังเล็กๆ

ผมเดินทอดน่องอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยมีจุดหมายที่มา คือมาคอยใครคนหนึ่ง ผมเดินอยู่อย่างนั้นประมาณชั่วโมงกว่าๆ ได้แล้ว นอกจากความเมื่อยจะถามหา จิตใจยังกระวนกระวาย ซึ่งเกิดจากความคิดที่ว่า ใครคนนั้นเค้าจะไม่มาตามที่นัด

ผมยังเดินต่อไปจากชั้นล่าง ขึ้นชั้นบน จากชั้นบน ลงชั้นล่าง ผมเริ่มได้กลิ่นไหม้ ต้นสายปลายกลิ่นคือน่องผมนั่นเอง เพราะมันทอดน่องมาสองชั่วโมงแล้ว ผมคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมาดูก็ไม่พบว่ามี miss call แต่อย่างใด ตอนนี้ผมเริ่มมั่นใจแล้วล่ะว่าเค้าคนนั้นคงไม่มาแน่ๆ

ในชีวิตของเรา คงจะปฎิเสธเรื่องของความผิดหวังไม่ได้ ทุกคนเคยสัมผัสความเจ็บแสบของมันมาบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับผม ความผิดหวัง มันเหมือนยาชนิดหนึ่ง เมื่อได้กินยาแบบเดิมซ้ำๆ ร่างกายก็จะดื้อยาชนิดนั้นในที่สุด วันนี้ของผมมันชาชินกับความผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ซะแล้ว ถ้าจะให้เกิดความรู้สึกเสียใจล่ะก็ คงต้องใช้ความผิดหวังในปริมาณที่มากโข แค่นี้ผมผ่านได้สบาย ไม่เข็ดด้วย ในหนึ่งวันทั้งเรื่องงาน เรื่องต่างๆ ก็แย่แล้ว ถ้ายิ่งติดใจเอาความผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ มารวมอีก คงจะแย่กันไปใหญ่

ผมกลับมาเดินทอดน่องต่อ คราวนี้เปลี่ยนจากในห้าง มาเป็นที่จอดรถ (ที่จอดรถห้างเดิมนั่นแหละ) ผมกำลังจะกลับบ้านแล้ว ความรู้สึกตอนมา กับตอนกลับนี่คนละเรื่องเลย ขามาหัวใจผมพองโต ผมกำลังจะมาพบใครคนหนึ่งที่ผมอยากเจอเค้า ไม่มีอะไรพิเศษระหว่างเราสองคน เพียงแต่ผมอยากเจอเค้าก็แค่นั้นเอง ขากลับผมแอบมีเรื่องผิดหวังเล็กๆ ไม่มีสาระสำคัญอะไร แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็เคารพการตัดสินใจของตัวเองที่มา และเข้าใจที่เค้าไม่ได้มา

ผมขับรถออกจากห้างแห่งนั้น ขาออกผมคืนบัตรจอดรถพร้อมด้วยความผิดหวังเล็กๆ ก้อนนั้น ให้กับยามหน้าเหี้ยมรับไป

ถึงจะผิดหวังทุกวัน แต่ผมก็มีความหวังทุกวัน

คำขอโทษจากหัวใจ กรุณายกโทษให้ที่ปลายฟ้า

เสียงสายฝนกระทบกับพื้นถนนหน้าบ้านดังมานานกว่าสองชั่วโมง เราหยิบนาฬิกาข้อมือที่ถูกถอดทิ้งไว้ข้างๆ ขึ้นมาดู มันบอกว่าตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นเช้าวันใหม่แล้ว เรานั่งอยู่หน้าจอคอมตัวเก่า ภายใต้แสงไฟประมาณ 100 แรงเทียน ที่ฉายมาจากโคมไฟตั้งโต๊ะ คอมของเราถูกเชื่อมโยงไปยังข้อมูลต่างๆ ทั่วโลกจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เราเป็นสมาชิก ข้อมูลมากมายที่เราสามารถเลือกรับได้แค่เพียงพิมพ์ คำที่ต้องการ

ตอน นี้เราไม่ต้องการใช้มัน เพราะข้อมูลที่เรากำลังต้องการไม่ได้อยู่ในสาระบบเครือข่ายที่ว่า มันเป็นข้อมูลที่ถูกเก็บไว้มานานมากแล้วในระบบความทรงจำของเราเอง น่าจะดีกว่า ถ้าตอนนี้เราจะให้เวลากับตัวเองมากกว่าที่จะสนใจข้อมูลต่างๆ มากมายจากสายโทรศัพท์

Continue reading ‘คำขอโทษจากหัวใจ กรุณายกโทษให้ที่ปลายฟ้า’