<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>weloveblog</title>
	<atom:link href="http://weloveblog.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://weloveblog.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Mar 2012 12:26:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>3 โปรใหม่ แห่งทางสายไหม (ไม่ใช่โปร Airasia นะ)</title>
		<link>http://weloveblog.com/my-life/3-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1-%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://weloveblog.com/my-life/3-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1-%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Mar 2012 12:24:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tomz</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Life]]></category>
		<category><![CDATA[My Work]]></category>
		<category><![CDATA[Authority Site]]></category>
		<category><![CDATA[email marketing]]></category>
		<category><![CDATA[im]]></category>
		<category><![CDATA[niche marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://weloveblog.com/?p=157</guid>
		<description><![CDATA[ตอนนี้สมาธิในการทำงานเริ่มกลับสู่สภาวะปกติแล้ว เริ่มจะนั่งคิดงาน ทำงาน อยู่หน้าจอได้นานขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเช่นเคยทำเป็นประจำก่อนหน้านี้ ตอนนี้แผนการออกมาแล้วเรียบร้อย ทั้งหมด 3 เมกกะโปรเจคหลักๆ ทุกอย่างได้ถูกบันทึกเป็นขั้นเป็นตอนอย่างละเอียด (ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ) อยู่ใน evernote ซึ่งผมใช้โปรแกรมตัวนี้เป็นหลักในการบันทึกโปรเจคงาน หรือข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในการทำงาน สะดวกดี 3 โปรเจคที่ว่านี้ไม่ใช่อะไรที่ใหม่เลย เพียงแต่อาจจะคิดลงมือทำยากสักหน่อยสำหรับนักปั่นอย่างผม มาดูโปรผมทีละตัวกันดีกว่า pro 1. Authority Site ขึ้นชื่อมาแบบนี้ เห็นแล้วคงต้อง อ๋อ กันเลยทีเดียว อันนี้ผมวางแผนแล้วว่าจะทำ ผมว่าตัวนี้ทำง่ายที่สุด และอาจจะต้องจ่ายมากที่สุดในทั้ง 3 โปรที่คิดไว้เลย มันเป็นเรื่องของการสื่อสารผ่านบทความ ที่ต้องอ่านรู้เรื่อง เข้าใจ ถ้าจะให้ดีกว่านั้นก้อต้อง สนุก ได้อารมณ์ แน่นอนว่า ภาษาอังกฤษระดับผมคงไม่สามารถซัพพอทงานตรงนี้ได้แน่นอน ตรงนี้แหละที่ต้องไปหาคนมาทำ ต้องจ่ายตังค์กันเยอะเลย อย่างที่เคยเห็นยอดเว็บแนวนี้ของเพื่อนๆ น้องๆ ที่ทำๆ กันมา ทำดีดีได้เห็นวันละพันดอลล่าอัพ ไม่พอเท่านั้น เนื้อหาดีมากจริงๆ ก้อไม่ต้องไปห่วงเรื่อง seo ให้ปวดหัวด้วย มันดังได้เอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="margin: 5px;" src="http://a3.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/s320x320/562505_138661989596603_100003584093576_141695_1454635441_n.jpg" alt="" width="320" height="320" />ตอนนี้สมาธิในการทำงานเริ่มกลับสู่สภาวะปกติแล้ว เริ่มจะนั่งคิดงาน ทำงาน อยู่หน้าจอได้นานขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเช่นเคยทำเป็นประจำก่อนหน้านี้ ตอนนี้แผนการออกมาแล้วเรียบร้อย ทั้งหมด 3 เมกกะโปรเจคหลักๆ ทุกอย่างได้ถูกบันทึกเป็นขั้นเป็นตอนอย่างละเอียด (ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ) อยู่ใน evernote ซึ่งผมใช้โปรแกรมตัวนี้เป็นหลักในการบันทึกโปรเจคงาน หรือข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในการทำงาน สะดวกดี</p>
<p>3 โปรเจคที่ว่านี้ไม่ใช่อะไรที่ใหม่เลย เพียงแต่อาจจะคิดลงมือทำยากสักหน่อยสำหรับนักปั่นอย่างผม มาดูโปรผมทีละตัวกันดีกว่า</p>
<p><span id="more-157"></span></p>
<p><strong>pro 1. Authority Site</strong> ขึ้นชื่อมาแบบนี้ เห็นแล้วคงต้อง อ๋อ กันเลยทีเดียว อันนี้ผมวางแผนแล้วว่าจะทำ ผมว่าตัวนี้ทำง่ายที่สุด และอาจจะต้องจ่ายมากที่สุดในทั้ง 3 โปรที่คิดไว้เลย มันเป็นเรื่องของการสื่อสารผ่านบทความ ที่ต้องอ่านรู้เรื่อง เข้าใจ ถ้าจะให้ดีกว่านั้นก้อต้อง สนุก ได้อารมณ์ แน่นอนว่า ภาษาอังกฤษระดับผมคงไม่สามารถซัพพอทงานตรงนี้ได้แน่นอน ตรงนี้แหละที่ต้องไปหาคนมาทำ ต้องจ่ายตังค์กันเยอะเลย อย่างที่เคยเห็นยอดเว็บแนวนี้ของเพื่อนๆ น้องๆ ที่ทำๆ กันมา ทำดีดีได้เห็นวันละพันดอลล่าอัพ ไม่พอเท่านั้น เนื้อหาดีมากจริงๆ ก้อไม่ต้องไปห่วงเรื่อง seo ให้ปวดหัวด้วย มันดังได้เอง โปรนี้เลยเป็นโปรที่น่าทำเลยอย่างยิ่งสำหรับผม</p>
<p>อีกไม่กี่วันจะได้ไปเสริมเขี้ยวเล็บ และเทคนิคจากเทพน้องป๊อป เจ้าพ่อ Authority Site ในงานสัมนาที่เค้าจัดอีก น่าจะเอามาประยุกข์ได้อีกหลายกระบวนท่า ^^</p>
<p><strong>pro 2. Trusted Site หรือ Trust Rank หรือ Link Juice</strong> แล้วแต่จะเรียกละกัน มันเยอะ อันนี้คอนเซปมันก้อไม่ได้ว่ามีอะไรในกอไผ่ที่คนทำ IM มือเก่าๆ จะไม่รู้ ส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ทำกันเพราะอะไรผมไม่รู้นะ แต่ส่วนตัวผมเป็นประเภทขอรู้ยอดคนทำเพื่อเอามาบิ้วตัวเองก่อน ถึงจะมีกะจิตกะใจตั้งมั่นลงมือทำกับเค้าซะที ซึ่งอันนี้ผมได้เดินทางไปขอความรู้ถึงทางเหนือสุดของประเทศไทย เรียกง่ายๆก้อ จังหวัดเชียงรายนี่แหละ วันนั้นเดินทางไปกันสามคน ไปขอความรู้เรื่องนี้กับ เสี่ยแมน ณ เชียงราย หรือเสี่ยจอย ที่หลายๆคนคุ้นเคยกันดี คนเก่งในวงการ IM เมืองไทยคนหนึ่ง ใช้เวลาดูดความรู้อยู่หลายชั่วโมง จน 1000ยา ของเสี่ยแมนออกอาการหึงห่วง (แฮ่ๆ ล้อเล่น) ได้คอนเซปของ Trusted Site อย่างชัดเจน ต้องขอบคุณเสี่ยแมนมากๆ<br />
ตรงนี้บังเอิญมี เน็ตเวริกส่วนตัว ที่ผมใช้สแปมอยู่ กลับบ้านมาดู เอ่อ ใช่เลย มันคือ Trusted Site แน่นอน ถึงจะเป็น Trusted Site ที่เกิดมาจากการสแปมก้อเถอะ -*- จัดการติด stat ณ บัดนาว ปรากฎว่า มันมีทราฟฟิกพอสมควรเลย มากกว่า 30% มาจาก long tail ที่อยู่หน้าแรกของ google เข้าทาง เลยจัดโปรนี้ไปทดสอบต่อตามแผนที่วางไว้</p>
<p><strong>pro 3. Niche Marketing</strong> การทำตลาดแบบเฉพาะกลุ่มแปลกันตรงๆอะนะ หลักๆเป็นแบบ Email Marketing ตัวนี้ผมเพิ่งเสร็จ workshop มา แบบเปิดกะโหลกเลย เห็นภาพรวมชัดเจน และคิดว่าในอนาคตน่าจะเป็นงานหลักของครอบครัวผมได้ อย่าให้อธิบายเยอะกว่านี้ครับ ผมจ่ายไปหมื่นสอง ฮ่าๆ ผมชอบตรงที่เราไม่ต้องไปยุ่งยาก หรือเกี่ยวข้องกับอัลกอลิทึ่มของพวก SE ทั้งหลาย เหมือนที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ก้อสบายใจไปได้เยอะละครับ</p>
<p>เป็นไงครับ โปรสายไหมทั้ง สามโปรของผม ดูแล้วทำไม่ยาก ถ้าคนทำมีใจอยู่กับมันตลอด รายได้นิ่งๆ ไม่เคยสัมผัสกะเค้าซักที ที่ผ่านมาได้เป็นก้อนๆ แล้วหาย ก้อนใหญ่ๆ แล้วก็หาย ครั้งนี้ไม่พลาดครับ เป้าหมายอยู่ที่ช่วงเดือนพฤศจิกายนโน่นเลย ไม่นานได้เห็นกันแน่นอน บอกไว้หน่อย งานปั่นผมไม่ทิ้งนะ เงินเป็นก้อนไม่ทิ้งแน่นอน บริหารงานและเวลาดีดีหน่อย ทำร่วมกันได้สบาย</p>
<p>อีกนิดนึง การวางแผนงานครั้งนี้ผมแปลกนิดนึง ตอนวางแผนการทำงานทะลึ่งไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ พอทำอะไรเสร็จเรียบร้อย ไม่รู้จะวัดออกมาเป็นอะไร นึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่ไป workshop วิทยากรบอกให้ตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลขไปเลย วัดกันง่ายดี ผมเลยมาได้ตั้งเป้าหมายตอนแผนงานออกแล้ว พอตั้งเป้าแล้วกลับมาดูแผนงานที่วางอีกที เลยต้องปรับเพิ่มหลายๆจุด ปรับเฉยๆ ไม่ได้เปลี่ยนเลยสักนิดครับ</p>
<p>ตั้งเป้าปุ๊ป รู้เลยว่าต้อง scale up บางโปร อย่างที่จะจดโดเมนมา 40-50 วันนี้เลยโดนไปก่อน 129 โดเมน ขนหน้าแข็งไม่ร่วงครับ แต่ stand up กันทั้งตัวเลย</p>
<p>ตั้งเป้าหมาย แล้ววางแผนงานกันนะครับ เราจะได้รู้ว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้ไปถึงตรงนั้นให้ได้</p>
<p><strong>ปล.แมนยูผมเป็นแชมม์แน่นอนปีนี้ .. ฮิ้ววว</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://weloveblog.com/my-life/3-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1-%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เส้นใยบางๆ ที่กั้นกลางระหว่าง การหว่าน และการ เจาะ</title>
		<link>http://weloveblog.com/my-life/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://weloveblog.com/my-life/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Mar 2012 14:25:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tomz</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Life]]></category>
		<category><![CDATA[My Work]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook ads]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://weloveblog.com/?p=133</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เป็นวันแรกในรอบสองเดือนเลยก็ว่าได้ที่อยู่ออฟฟิศทั้งวัน พยายามสร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัวเองให้เข้าสู่กระบวนการคิดวางแผนการทำงานในโปรใหม่สายขาวที่กำลังจะปั่น อะเจ้ยย! ไม่ใช่! ที่กำลังจะปั้น ระยะนี้จึงต้องโฟกัสเรื่องงานให้มากๆ เรื่องนี้ผมพยายามมากๆ เลยนะ ช่วงเวลาอยู่ในห้องน้ำ หรือขับรถเนี่ย จะเป็นเวลาพีคของต่อมความคิดสร้างสรรค์ของผมเลย ผมเลยเอาไอโฟนเตรียมอัดเสียงความคิดตัวเองไว้ เวลาต่อมไอเดียมันพรั่งพรูเหมือนทุกทีจะได้พูดใส่ไอโฟนเอาไว้เปิดมาฟังย่อยมันอีกรอบ แต่เหมือนต่อมบ้านี่จะรู้ทัน มันไม่ยอมหลั่งไอเดียดีดีออกมาเลยสักเรื่อง ทำเอาผมเครียดไปเลย ทุกทีคิดอะไรดีดีได้ตั้งเยอะ พอตั้งใจมากเกินไปมันดันจุกอยู่ในอกซะอย่างงั้น มาถึงก็บ่นเลย ถ้าบ่นแบบนี้บ่อยๆ หลายๆ โพส ต่อไปคงไม่ค่อยมีคนเข้ามาอ่าน blog นี้แน่ๆ ปกติก้อไม่มีอยู่แล้ว -*- มาๆ เดี๋ยวผมเติมสาระเรื่องน่าสนใจเข้าไปในโพสนี้หน่อยละกัน จะได้ดูว่ามีความรู้ มีความสามารถกันบ้าง จริงๆ เรื่องนี้น่าจะเป็นการโชว์โง่เล็กๆมากกว่า ฮ่าๆ มันเป็นเรื่องการลง ads ของ facebook ครับ แต่เดิมผมเนี่ยลงโฆษณา แฟนเพจขายเสื้อผ้า ก้อตะบี้ตะบัน เลือกกลุ่มเป้าหมายแบบกว้างมาก ประมาณคิดว่าจะหว่านเอาลูกค้านั่นแหละ จุดประสงค์ผมต้องการคนเข้ามากด like อะนะ เพราะจะได้คอยส่งข่าวโปรโมชั่น กับสินค้าใหม่ๆ ได้ต่อไปในอนาคตได้ เลยอยากได้ like เยอะๆ &#160; ผมเลือกที่จะแสดง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้เป็นวันแรกในรอบสองเดือนเลยก็ว่าได้ที่อยู่ออฟฟิศทั้งวัน พยายามสร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัวเองให้เข้าสู่กระบวนการคิดวางแผนการทำงานในโปรใหม่สายขาวที่กำลังจะปั่น อะเจ้ยย! ไม่ใช่! ที่กำลังจะปั้น ระยะนี้จึงต้องโฟกัสเรื่องงานให้มากๆ เรื่องนี้ผมพยายามมากๆ เลยนะ ช่วงเวลาอยู่ในห้องน้ำ หรือขับรถเนี่ย จะเป็นเวลาพีคของต่อมความคิดสร้างสรรค์ของผมเลย ผมเลยเอาไอโฟนเตรียมอัดเสียงความคิดตัวเองไว้ เวลาต่อมไอเดียมันพรั่งพรูเหมือนทุกทีจะได้พูดใส่ไอโฟนเอาไว้เปิดมาฟังย่อยมันอีกรอบ แต่เหมือนต่อมบ้านี่จะรู้ทัน มันไม่ยอมหลั่งไอเดียดีดีออกมาเลยสักเรื่อง ทำเอาผมเครียดไปเลย ทุกทีคิดอะไรดีดีได้ตั้งเยอะ พอตั้งใจมากเกินไปมันดันจุกอยู่ในอกซะอย่างงั้น</p>
<p><span id="more-133"></span></p>
<p>มาถึงก็บ่นเลย ถ้าบ่นแบบนี้บ่อยๆ หลายๆ โพส ต่อไปคงไม่ค่อยมีคนเข้ามาอ่าน blog นี้แน่ๆ ปกติก้อไม่มีอยู่แล้ว -*- มาๆ เดี๋ยวผมเติมสาระเรื่องน่าสนใจเข้าไปในโพสนี้หน่อยละกัน จะได้ดูว่ามีความรู้ มีความสามารถกันบ้าง</p>
<p>จริงๆ เรื่องนี้น่าจะเป็นการโชว์โง่เล็กๆมากกว่า ฮ่าๆ มันเป็นเรื่องการลง ads ของ facebook ครับ แต่เดิมผมเนี่ยลงโฆษณา แฟนเพจขายเสื้อผ้า ก้อตะบี้ตะบัน เลือกกลุ่มเป้าหมายแบบกว้างมาก ประมาณคิดว่าจะหว่านเอาลูกค้านั่นแหละ จุดประสงค์ผมต้องการคนเข้ามากด like อะนะ เพราะจะได้คอยส่งข่าวโปรโมชั่น กับสินค้าใหม่ๆ ได้ต่อไปในอนาคตได้ เลยอยากได้ like เยอะๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมเลือกที่จะแสดง ads ให้กับ ผญ คนไทย อายุมากกว่า 18 ปี กลุ่มเป้าหมายที่ facebook บอกไว้มีถึงกว่าห้าล้านคนเลยทีเดียว ตอนนั้นนะคิดว่าแจ่มมาก เปิด ads ไปเลย ผ่านไประยะสั้นๆ มาดูผลกรรมที่ทำไว้ ไม่ใช่ มาดูผลที่ออกมากัน</p>
<p><a href="http://weloveblog.com/my-life/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3/attachment/screenshot2012-03-26at83/" rel="attachment wp-att-154"><img class="alignnone size-full wp-image-154" title="Screen+Shot+2012-03-26+at+83" src="http://weloveblog.com/wp-content/uploads/2012/03/Screen+Shot+2012-03-26+at+83.jpg" alt="" width="510" height="57" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากรูป แสดง ads ไป 417,831 ครั้ง คนคลิกเข้ามา 1,650 กด Like ซะ 266 คน CTR 0.193% โดนปล้นไป 4,404.80 บาท</p>
<p>หลังจากนั้นผมก็พับ ads นี้ไป พับไปสักสองสามวัน ไปเข้าสัมนา workshop เรื่อง email marketing วิทยากรคุยเรื่อง facebook ads ให้ฟัง เลยเอามาลองปรับดูใหม่ ก็เปิดแคมเปญใหม่เลยแต่ใช้คำและรูปเดิมๆ คราวนี้เจาะลึกถึงกลุ่มเป้าหมายชัดๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครั้งนี้ผมเลือกที่จะแสดง ads ให้กับ ผญ คนไทย อายุมากกว่า 18 ปี และระบุสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายชอบลงไปด้วย ผมขายเสื้อผ้าอะนะ มันก้อจะมีสิ่งที่คนกลุ่มเป้าหมายเค้าจะชอบเช่น #dress #clothes #skirts อะไรประมาณนี้ แต่ที่ยกตัวอย่างนี้มันยังถือว่ากว้างอยู่นะครับ ผมไม่ได้ใช้ที่ผมยกตัวอย่างมานะ แต่เล่าให้ฟังว่าทำประมาณนี้ หลังจากที่ระบุกลุ่มลึกลงมาเรื่อยๆ กลุ่มเป้าหมายในการแสดง ads ที่ facebook จะบอกเราก้อจะลดลงมาในวงแคบๆ เค้าว่ายิ่งแคบ ยิ่งน้อย ยิ่งตรงกลุ่ม ยิ่งดีครับ มาดูผลกันหน่อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://weloveblog.com/my-life/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3/attachment/screenshot2012-03-26at8-18/" rel="attachment wp-att-153"><img class="alignnone size-full wp-image-153" title="Screen+Shot+2012-03-26+at+8.18" src="http://weloveblog.com/wp-content/uploads/2012/03/Screen+Shot+2012-03-26+at+8.18.jpg" alt="" width="510" height="60" /></a></p>
<p>จากรูป ads ผมแสดงไป 145,539 ครั้ง มีคนคลิกเข้ามา 4,905 ครั้ง กด like ถึง 1,652 คนแหนะ CTR 0.319% จ่ายไป 2,940.50 ที่สำคัญผมขายของได้มากกว่าเดิมแบบเห็นได้ชัดเลย นี่คือความแตกต่างระหว่างการ หว่าน และการเจาะเลย หวังว่าเรื่องเล่าจากความโง่ของผม และราคาที่จ่ายค่าโง่ไปจะมีปะโยชน์กับคนอ่านไม่น้อย ก้อน้อยมากนะครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไว้มาบ่นใหม่ ก่อนไปเอาของเล่นใหม่มาให้ชม หลังจากได้ Macbook Air มาก้อมีเรื่องให้เสียเงินเพิ่มมาอีกบาน 555</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><iframe src="http://www.youtube.com/embed/hJ-hdkTYFrA" frameborder="0" width="560" height="315"></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://weloveblog.com/my-life/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประกาศ ผมจะตั้งใจทำ IM สายขาวแล้วนะฮ๊าฟฟ</title>
		<link>http://weloveblog.com/my-life/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b3-im-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://weloveblog.com/my-life/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b3-im-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Mar 2012 15:12:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tomz</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Life]]></category>
		<category><![CDATA[My Work]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://weloveblog.com/?p=126</guid>
		<description><![CDATA[นานมากเลยที่ไม่ได้มาสนใจเขียน blog ยังอยากเขียนนะ แต่ตอนนี้มานั่งตั้งลำจะเขียนเรื่องอะไรสักเรื่องมันไม่พริ้วเหมือนแต่ก่อนเลย จริงๆก้อไม่แปลกหรอกที่จะเป็นแบบนั้น ก้อระยะหลังๆ สนุกกับการทำงานหาเงินมาใช้จ่ายอย่างเดียว ยิ่งได้เงินเยอะก้อยิ่งทำมันไม่ลืมหูลืมตา ไอ้เรื่องเขียนอะไรพริ้วๆ อย่างเมื่อก่อนมันก้อฝ่อหายไปตามกาลเวลานี่เอง วันสองวันนี้มานั่งคิดเรื่องงานว่าจะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ดู แต่แบบว่าติดไวรัสความขี้เกียจมาจากไหนไม่รู้ ติดมายาวตั้งแต่ต้นปีละ คิดจะทำ จะเริ่มอะไรมีอันต้องม้วนเสื่อกลับไปนอนทุกที ปาเข้าไปเดือนที่ 3 ของปีเข้าไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องจัดการหาวัคซีนดีดี ยาแหล่มๆ มาจัดการดู หลักๆก้อน่าจะต้องสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับการทำงานก่อนเลย ง่ายสุดคือพูดคุยเรื่องงานให้มากขึ้น ตรงนี้ช่วยได้มากๆ แค่พิมพ์เข้าไปใน skype ก้อมีเพื่อนๆ ที่ทำงานแบบเดียวกันมาคุยกันให้หรึ่มแล้ว อีกอันก้อ facebook และจาก facebook นี่แหละที่ทำให้รู้จักกับเพื่อนใหม่คนหนึ่ง จนตามมาเข้าสัมนา workshop ของเค้าที่จ่ายเงินไปถึง 12,000 บาท สำหรับ 2 วัน ซึ่งถือว่าคุ้มกับราคาที่จ่ายไป เพราะได้ระเบิดกระโหลกเลย ต้องเรียกแบบนี้ ความตื่นเต้น ความกระตือรือล้นเริ่มจะกลับมาประจำที่แทนตัวขี้เกียจแระ ยัง มันยังไม่บิ้วจนถึงขั้นกลับมากระฟัดกระเฟียดทำ มันยังมีอะไรอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้การตัดสินใจลงมือทำมันชะงัก อาการแบบนี้ถ้าคนทำ internet marketing แบบผมจะเข้าใจกันดี ผมเข้ามาสายอาชีพนี้ด้วยการปั่นเว็บ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://weloveblog.com/my-life/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b3-im-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2/attachment/white-top-hat-1322506444111/" rel="attachment wp-att-129"><img class="size-full wp-image-129 alignleft" style="margin: 10px;" title="White top hat-1322506444111" src="http://weloveblog.com/wp-content/uploads/2012/03/White-top-hat-1322506444111.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a>นานมากเลยที่ไม่ได้มาสนใจเขียน blog ยังอยากเขียนนะ แต่ตอนนี้มานั่งตั้งลำจะเขียนเรื่องอะไรสักเรื่องมันไม่พริ้วเหมือนแต่ก่อนเลย จริงๆก้อไม่แปลกหรอกที่จะเป็นแบบนั้น ก้อระยะหลังๆ สนุกกับการทำงานหาเงินมาใช้จ่ายอย่างเดียว ยิ่งได้เงินเยอะก้อยิ่งทำมันไม่ลืมหูลืมตา ไอ้เรื่องเขียนอะไรพริ้วๆ อย่างเมื่อก่อนมันก้อฝ่อหายไปตามกาลเวลานี่เอง</p>
<p>วันสองวันนี้มานั่งคิดเรื่องงานว่าจะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ดู แต่แบบว่าติดไวรัสความขี้เกียจมาจากไหนไม่รู้ ติดมายาวตั้งแต่ต้นปีละ คิดจะทำ จะเริ่มอะไรมีอันต้องม้วนเสื่อกลับไปนอนทุกที ปาเข้าไปเดือนที่ 3 ของปีเข้าไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องจัดการหาวัคซีนดีดี ยาแหล่มๆ มาจัดการดู หลักๆก้อน่าจะต้องสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับการทำงานก่อนเลย ง่ายสุดคือพูดคุยเรื่องงานให้มากขึ้น ตรงนี้ช่วยได้มากๆ แค่พิมพ์เข้าไปใน skype ก้อมีเพื่อนๆ ที่ทำงานแบบเดียวกันมาคุยกันให้หรึ่มแล้ว อีกอันก้อ facebook และจาก facebook นี่แหละที่ทำให้รู้จักกับเพื่อนใหม่คนหนึ่ง จนตามมาเข้าสัมนา workshop ของเค้าที่จ่ายเงินไปถึง 12,000 บาท สำหรับ 2 วัน ซึ่งถือว่าคุ้มกับราคาที่จ่ายไป เพราะได้ระเบิดกระโหลกเลย ต้องเรียกแบบนี้ ความตื่นเต้น ความกระตือรือล้นเริ่มจะกลับมาประจำที่แทนตัวขี้เกียจแระ</p>
<p>ยัง มันยังไม่บิ้วจนถึงขั้นกลับมากระฟัดกระเฟียดทำ มันยังมีอะไรอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้การตัดสินใจลงมือทำมันชะงัก อาการแบบนี้ถ้าคนทำ internet marketing แบบผมจะเข้าใจกันดี ผมเข้ามาสายอาชีพนี้ด้วยการปั่นเว็บ สแปมบล๊อก หลอก google ลอดแลต yahoo แอบเข้าหลังบ้าน bing อัด facebook note กระหน่ำซ้ำ blogger ทำทุกอย่างแบบ mass ไม่ใช่ mass นี้อย่างเดียวยังมี mad นี้ด้วย แน่นอนว่ารายได้ที่ผ่านมาดีมากกกก ถึงจะทำได้แค่ปีละหน สองหน ก้อตาม ทำง่าย รายได้งาม ใครๆ ก้อต้องติดใจ มันอยู่ในสายเลือดไปแล้วครับ หลายครั้งที่ผมพยายามขยับเอาสายขาวๆ แบบ บิซิเนส จริงๆ เข้ามาในกระแสเลือด แต่ก้อไม่เป็นผล มีอันให้ต้องเลิกลาไปกลางคันตลอด ผมก้อตั้งคำถามกับตัวเองมาตลอดว่า เมื่อไหร่ผมจะทำ long term business สายขาวๆ กินยาวๆ อย่างจริงจังซะที ก้อถามตัวเองตลอดเวลาอะครับ ถามอยู่นั่น ถามแล้วถามเล่า ไม่มีคำตอบ ก้อไม่รู้จะตอบยังไง มีแต่คำแก้ตัวเต็มหัวไปหมด มันคงต้องถึงเวลาซะที ที่จะต้องจริงจัง ลงมือทำอย่างตั้งใจซะที (คุ้นๆ เหมือนเคยคิดแบบนี้หลายครั้งละนะ)</p>
<p>กว่าจะมาเข้าเรื่องได้ ขายเห็ดลมไปหลายย่อหน้าเลย คือตั้งใจจะประกาศใน blog ของตัวเองแหละ ว่าจะเริ่มทำงาน IM แบบ Longterm กินกันยาวๆ แล้ว ครั้งนี้ของจริง เผาจริง แต่ก้อไม่เลิกปั่นนะ ก้อทำควบมันไปด้วยกัน หลายคนอาจจะทักว่าทำหลายๆ อย่างพร้อมๆกัน จับปลาสองมือมันไม่ดี ผมก้อเข้าใจนะและโดนมากับตัวเองแล้วเรื่องจับปลาสองมือเนี่ย (เกี่ยวไหมเนี่ย) เอาเป็นว่าผมมีหลายมืออยู่ ผมมีน้องๆ ที่ทำงานเป็นมาช่วยคิด ช่วยทำ สิ่งที่ผมต้องทำให้ดีคือวางแผนงานนี่แหละ ตอนนี้เริ่มวางแผนงานแล้วครับ เป็นการวางแผนที่จริงจังมว๊ากกก อีกครั้งหนึ่งในชีวิตเลยก้อว่าได้ เดี๋ยวจะทยอยอัพเดทเรื่อยๆ ว่าเป็นยังไง ถ้าไม่ขี้เกียจหรือโปรนี้โดนพับไปอีก ก้อจะเขียนออกมาเรื่อยๆ นะ ฮ่าๆ</p>
<p>ปล.เดี๋ยวยังมีสัมมนาของเพื่อนอีกคนเกี่ยวกับ Authority Site วันที่ 1 เมษายนนี้ น่าจะได้อะไรอีกเยอะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://weloveblog.com/my-life/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8-%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b3-im-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Focus กับงานของคุณยังไง ในวันที่มีแต่สิ่งรบกวนสมาธิ</title>
		<link>http://weloveblog.com/my-life/focus-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://weloveblog.com/my-life/focus-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2011 01:35:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tomz</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Life]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[MindMap]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[อุปสรรค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://weloveblog.com/my-life/focus-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1/</guid>
		<description><![CDATA[การจะเดินไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้นั้น ย้อมต้องมีอุปสรรคกันทุกคน อุปสรรคที่มีเข้ามาก็เหมือนเป็นบททดสอบให้เราได้ออกแรง แสดงฝีมือในการ จัดการ รับมือ แก้ไข ให้ผ่านอุปสรรคแต่ละอย่าง เพื่อให้เข้าใกล้จุดหมายหรือเป้าหมายที่เราต้องการ ผมนั่งทำงานอย่างตั้งใจ ด้วยความขยันและมุ่งมั่น แต่พอรู้ตัวอีกที หน้าจอผมก็เต็มไปด้วยเพื่อนๆใน Facebook ซะอย่างนั้น บางครั้งมันเผลอเข้ามานั่งอ่าน Facebook โดยที่เราไม่ได้ตั้งตัวเลย แบบนี้ก็น่าจะเรียกว่ามันเป็นอุปสรรคยอดนิยม อย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ในยุคที่สังคมออนไลน์ได้รับความนิยมแบบสุดๆอย่างนี้ ปัญหามันอาจจะมาจากที่ผมเองไม่ได้ตั้งใจมากพอ ทำให้เสียสมาธิไปกับ Notifications ต่างๆ ง่ายเกินไป แต่ผมคิดว่าหลายคนที่ใช้เวลา ออนไลน์ อยู่หน้าจอทั้งวันก็เป็นเหมือนกัน ไปเจอ MindMap ของฝรั่งเค้าคิดหาทางแก้ไขเรื่องนี้ไว้ เผื่อจะมีประโยชน์เลยเอามาแชร์กันดูครับ ไม่ใช่วิธีการอะไรที่เราไม่เคยรู้ เรื่องจัดการเวลา จัดการสิ่งรบกวนง่ายๆ เลยครับ ก็ลองปรับกันดูนะครับ ถ้าเรื่องพวกนี้ไม่ได้ถ่วงอะไรเรามาก อาจจะมองข้ามมันไปก็ได้ แต่ถ้ามันเข้าขั้นเสพติด เสียเวลาในการสร้างสรรค์สิ่งอื่นๆ ที่สำคัญกับชีวิตของเรามากกว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องรีบจัดการมันซะเดี๋ยวนี้ เพราะเวลามันมีต้นทุนนะครับ ที่มา http://learningfundamentals.com.au/ Cheap Clearys 3336F Fungicide 1 Gal]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การจะเดินไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้นั้น ย้อมต้องมีอุปสรรคกันทุกคน อุปสรรคที่มีเข้ามาก็เหมือนเป็นบททดสอบให้เราได้ออกแรง แสดงฝีมือในการ จัดการ รับมือ แก้ไข ให้ผ่านอุปสรรคแต่ละอย่าง เพื่อให้เข้าใกล้จุดหมายหรือเป้าหมายที่เราต้องการ</p>
<p>ผมนั่งทำงานอย่างตั้งใจ ด้วยความขยันและมุ่งมั่น แต่พอรู้ตัวอีกที หน้าจอผมก็เต็มไปด้วยเพื่อนๆใน Facebook ซะอย่างนั้น บางครั้งมันเผลอเข้ามานั่งอ่าน Facebook โดยที่เราไม่ได้ตั้งตัวเลย แบบนี้ก็น่าจะเรียกว่ามันเป็นอุปสรรคยอดนิยม อย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ในยุคที่สังคมออนไลน์ได้รับความนิยมแบบสุดๆอย่างนี้ ปัญหามันอาจจะมาจากที่ผมเองไม่ได้ตั้งใจมากพอ ทำให้เสียสมาธิไปกับ Notifications ต่างๆ ง่ายเกินไป แต่ผมคิดว่าหลายคนที่ใช้เวลา ออนไลน์ อยู่หน้าจอทั้งวันก็เป็นเหมือนกัน</p>
<p>ไปเจอ MindMap ของฝรั่งเค้าคิดหาทางแก้ไขเรื่องนี้ไว้ เผื่อจะมีประโยชน์เลยเอามาแชร์กันดูครับ ไม่ใช่วิธีการอะไรที่เราไม่เคยรู้ เรื่องจัดการเวลา จัดการสิ่งรบกวนง่ายๆ เลยครับ ก็ลองปรับกันดูนะครับ ถ้าเรื่องพวกนี้ไม่ได้ถ่วงอะไรเรามาก อาจจะมองข้ามมันไปก็ได้ แต่ถ้ามันเข้าขั้นเสพติด เสียเวลาในการสร้างสรรค์สิ่งอื่นๆ ที่สำคัญกับชีวิตของเรามากกว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องรีบจัดการมันซะเดี๋ยวนี้ เพราะเวลามันมีต้นทุนนะครับ</p>
<p><a href="http://weloveblog.com/wp-content/uploads/2011/09/Focus-mindmap-for-web.jpg"><img style="background-image: none; margin: 10px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; padding-top: 0px; border: 0px;" title="Focus-mindmap-for-web" src="http://weloveblog.com/wp-content/uploads/2011/09/Focus-mindmap-for-web_thumb.jpg" alt="Focus-mindmap-for-web" width="513" height="374" border="0" /></a></p>
<p>ที่มา <a title="http://learningfundamentals.com.au/" href="http://learningfundamentals.com.au/">http://learningfundamentals.com.au/</a><br />
<a href="http://www.facebook.com/note.php?note_id=260491714035228-Cheap-Clearys-3336F-Fungicide-1-Gal-">Cheap Clearys 3336F Fungicide 1 Gal </a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://weloveblog.com/my-life/focus-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Street iPhoneography ดูเอาแรงบันดาลใจ</title>
		<link>http://weloveblog.com/my-post/street-iphoneography/</link>
		<comments>http://weloveblog.com/my-post/street-iphoneography/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Aug 2011 13:31:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tomz</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Post]]></category>
		<category><![CDATA[iPhoneography]]></category>
		<category><![CDATA[Richard Koci Hernandez]]></category>
		<category><![CDATA[street photography]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://weloveblog.com/my-post/street-iphoneography/</guid>
		<description><![CDATA[ผมชอบมากเลย สำหรับแรงบันดาลใจของชายคนนี้ Richard Koci Hernandez เจ้าของรางวัล Emmy award-winning multimedia journalist and iPhoneographer สาวก iPhone ที่ชอบถ่ายรูปอย่าพลาด ต้องไปลองออกไปหามุมมองใหม่ๆ ตามท้องถนนบ้านเราบ้างแล้ว &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมชอบมากเลย สำหรับแรงบันดาลใจของชายคนนี้ Richard Koci Hernandez เจ้าของรางวัล Emmy award-winning multimedia journalist and iPhoneographer สาวก iPhone ที่ชอบถ่ายรูปอย่าพลาด ต้องไปลองออกไปหามุมมองใหม่ๆ ตามท้องถนนบ้านเราบ้างแล้ว <img src='http://weloveblog.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>&#160;</p>
<p> <iframe height="298" src="http://player.vimeo.com/video/27208029" frameborder="0" width="530"></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://weloveblog.com/my-post/street-iphoneography/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Tip การถนอมสายตาจากการเสพติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน</title>
		<link>http://weloveblog.com/my-post/eyestrain-infographic/</link>
		<comments>http://weloveblog.com/my-post/eyestrain-infographic/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Aug 2011 00:57:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tomz</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Post]]></category>
		<category><![CDATA[infographic]]></category>
		<category><![CDATA[การถนอมสายตา]]></category>
		<category><![CDATA[สายตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://weloveblog.com/my-post/tip-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9e/</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับพวกเราชาวคณะ ที่เสพติดข่าวสาร ทั้งในชีวิตการงาน และในชีวิตส่วนตัว ที่ต้องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา พ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มาต่อที่หน้าจอ tablet จาก tablet ตามมาด้วยจอมือถืออีก ในแต่ละวันเราใช้สายตาไปกับการมองจอ เป็นเวลาเยอะมากเลย ถึงเวลาที่ต้องมาคิดถึงการยืดอายุการใช้งานของมันกันบ้างได้แล้วนะครับ ถึงมันจะรับประกันตลอดอายุการใช้งาน แต่ถ้ามันเป็นอะไรไป อะไหล่ไม่มีเปลี่ยน การรักษาซ่อมแซมคงจะเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ไม่อยากคิดถึงแน่ๆ &#160; วันนี้ไปเจอ infographic ตัวนึงครับ เห็นว่ามีประโยชน์มากทีเดียวกับเรื่อง เทคนิคการยืดอายุการใช้งานของตา (ที่หาได้เกี่ยวกับยายไม่) ลองอ่านกันดูครับ &#160; ที่มา:http://mashable.com/2011/08/06/eyestrain-infographic/]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับพวกเราชาวคณะ ที่เสพติดข่าวสาร ทั้งในชีวิตการงาน และในชีวิตส่วนตัว ที่ต้องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลา พ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มาต่อที่หน้าจอ tablet จาก tablet ตามมาด้วยจอมือถืออีก ในแต่ละวันเราใช้สายตาไปกับการมองจอ เป็นเวลาเยอะมากเลย ถึงเวลาที่ต้องมาคิดถึงการยืดอายุการใช้งานของมันกันบ้างได้แล้วนะครับ ถึงมันจะรับประกันตลอดอายุการใช้งาน แต่ถ้ามันเป็นอะไรไป อะไหล่ไม่มีเปลี่ยน การรักษาซ่อมแซมคงจะเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ไม่อยากคิดถึงแน่ๆ</p>
<p>&#160;</p>
<p>วันนี้ไปเจอ infographic ตัวนึงครับ เห็นว่ามีประโยชน์มากทีเดียวกับเรื่อง เทคนิคการยืดอายุการใช้งานของตา (ที่หาได้เกี่ยวกับยายไม่) ลองอ่านกันดูครับ</p>
<p>  <span id="more-109"></span>
<p><a href="http://weloveblog.com/wp-content/uploads/2011/08/healthy-eyes-digital-world21.jpg"><img style="background-image: none; border-right-width: 0px; margin: 10px; padding-left: 0px; padding-right: 0px; display: inline; border-top-width: 0px; border-bottom-width: 0px; border-left-width: 0px; padding-top: 0px" title="healthy-eyes-digital-world2" border="0" alt="healthy-eyes-digital-world2" src="http://weloveblog.com/wp-content/uploads/2011/08/healthy-eyes-digital-world2_thumb1.jpg" width="530" height="3614" /></a></p>
<p>&#160;</p>
<p>ที่มา:http://mashable.com/2011/08/06/eyestrain-infographic/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://weloveblog.com/my-post/eyestrain-infographic/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โลกมันกลม-ทฤษฎีหกช่วงคน (Six Degrees of Separation)</title>
		<link>http://weloveblog.com/my-life/six-degrees-of-separation/</link>
		<comments>http://weloveblog.com/my-life/six-degrees-of-separation/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Aug 2011 15:19:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tomz</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Life]]></category>
		<category><![CDATA[affiliate]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Six Degrees]]></category>
		<category><![CDATA[Social Network]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://weloveblog.com/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ได้อัพเดท blog มานานมาก ช่วงนี้มีเวลาเยอะ เพราะนั่งติดตาม หาความรู้เรื่องของ social media ตั้งใจว่าต้องใช้มันหากินซักที ตอนที่กำลังเติมความรู้เรื่องพวกนี้ ก็ไปเจอกับเรื่องราวของ ทฤษฎีหนึ่งที่พูดถึงเรื่องโลกกลม กลมในที่นี้หมายถึง อาการโลกกลม ซึ่งมันจะเกิดตอนที่เราเจอใครสักคนแล้วแบบว่า &#8220;เฮ้ยย รู้จัก แฟนกรูด้วย&#8221; หรือแบบ &#8220;เพื่อนของเพื่อนนี่เอง&#8221; หรือประมาณ &#8220;คนกันเองทั้งนั้น&#8221;  งงกันไหม &#8230; เอาเป็นว่าไปอ่านเรื่อง ทฤษฎีที่ว่ากัน ทฤษฎีหกช่วงคน หรือ Six Degrees of Separation นี้มีที่มาดั้งเดิมจาก นักเขียนชาวฮังการี่ นาม Frigyes Karinthy ซึ่งได้จินตนาการล้ำลึกไปว่า หากสุ่มคนบนโลกใบนี้อย่างมั่วๆ ขึ้นมา สองคน จะพบว่าคนทั้งสองสามารถจะรู้จักกันได้ผ่านการเช็คแฮนด์ไม่เกินห้าช่วงคน (ค.ศ.1929) ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น สุ่มเลือก ยายไฮ กับ ฮิลลารี่ ช่วงคนที่หนึ่ง : ยายไฮ เคยออกรายการของ คุณสรยุทธ ช่วงคนที่สอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a rel="attachment wp-att-99" href="http://weloveblog.com/my-life/six-degrees-of-separation/attachment/celebration/"><img class="alignnone size-full wp-image-99" title="Celebration" src="http://weloveblog.com/wp-content/uploads/2011/08/Holding-hands512.jpg" alt="" width="512" height="167" /></a></p>
<p>ไม่ได้อัพเดท blog มานานมาก ช่วงนี้มีเวลาเยอะ เพราะนั่งติดตาม หาความรู้เรื่องของ social media ตั้งใจว่าต้องใช้มันหากินซักที ตอนที่กำลังเติมความรู้เรื่องพวกนี้ ก็ไปเจอกับเรื่องราวของ ทฤษฎีหนึ่งที่พูดถึงเรื่องโลกกลม กลมในที่นี้หมายถึง อาการโลกกลม ซึ่งมันจะเกิดตอนที่เราเจอใครสักคนแล้วแบบว่า &#8220;เฮ้ยย รู้จัก แฟนกรูด้วย&#8221; หรือแบบ &#8220;เพื่อนของเพื่อนนี่เอง&#8221; หรือประมาณ &#8220;คนกันเองทั้งนั้น&#8221;  งงกันไหม &#8230; เอาเป็นว่าไปอ่านเรื่อง ทฤษฎีที่ว่ากัน</p>
<p><span id="more-89"></span></p>
<blockquote><p>ทฤษฎีหกช่วงคน หรือ Six Degrees of Separation นี้มีที่มาดั้งเดิมจาก นักเขียนชาวฮังการี่ นาม Frigyes Karinthy ซึ่งได้จินตนาการล้ำลึกไปว่า หากสุ่มคนบนโลกใบนี้อย่างมั่วๆ ขึ้นมา สองคน จะพบว่าคนทั้งสองสามารถจะรู้จักกันได้ผ่านการเช็คแฮนด์ไม่เกินห้าช่วงคน (ค.ศ.1929)</p>
<p>ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น สุ่มเลือก ยายไฮ กับ ฮิลลารี่<br />
ช่วงคนที่หนึ่ง : ยายไฮ เคยออกรายการของ คุณสรยุทธ<br />
ช่วงคนที่สอง : คุณสรยุทธ เคย สัมภาษณ์ อดีตนายกทักษิณ<br />
ช่วงคนที่สาม : อดีตนายกทักษิณ รู้จักกับ บุช<br />
ช่วงคนที่สี่ : บุช รู้จักกันดีกับ ฮิลลารี่<br />
เท่ากับว่า ยายไฮ และ ฮิลลารี่ สามารถจะรู้จักกันได้ห่างกันเพียง สี่ช่วงการเช็คแฮนด์เท่านั้นเอง</p>
<p>38 ปีต่อมา ในปีค.ศ.1967 นักสังคมจิตวิทยาคนหนึ่งได้นำแนวคิดนี้มาศึกษาอย่างจริงจัง ทำให้แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงจิตนาการเพ้อเจ้อลอยลมของนักเขียนอีกต่อไป</p>
<p>สแตนลีย์ มิลแกรม (Stanley Milgram) แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ทำการทดลอง โดยการสุ่มคนจากรัฐแคนซัสและเนบราสก้า ราว 300 คน เพื่อให้คนกลุ่มนี้ส่งเอกสารไปถึง ‘เป้าหมาย’ ที่เป็นคนเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ โดยชาวเมืองแคนซัสและเนสบราสก้าผู้ได้รับโจทย์ดังกล่าวจะใช้วิธีส่งต่อ เอกสารไปยังผู้ที่ตนคาดว่าจะรู้จักกับเป้าหมายต่อกันไปเป็นทอดๆ โดยมีขั้นตอนดังนี้</p>
<p>* ผู้ที่ได้รับเอกสาร (จดหมาย) จะต้องเขียนชื่อของตัวเองลงไปที่มุมด้านล่างของจดหมาย (เพื่อจะได้ทราบว่าจดหมายผ่านมือใครบ้าง)</p>
<p>* ผู้ที่ได้รั บเอกสาร (จดหมาย) จะต้องนำโปสการ์ดที่บรรจุอยู่ในซอง ส่งกลับถึง มิลแกรม เพื่อที่เขาจะได้ทราบว่าตอนนี้เอกสารฉบับนั้นอยู่ในเส้นทาง และกระบวนการขั้นไหนแล้ว</p>
<p>* หากผู้ที่ได้รับเอกสาร (จดหมาย) รู้จักกับ ‘เป้าหมาย’ ที่กำหนดไว้ ให้ทำการส่งเอกสารนั้นถึงมือ ‘เป้าหมาย’ ทันที</p>
<p>* หากผู้ที่ได้รับเอกสาร (จดหมาย) ไม่รู้จักกับเป้าหมายเป็นการส่วนตัว ให้ส่งต่อเอกสารนั้นถึงคนที่ตนรู้จักที่คาดว่าจะรู้จักกับ ‘เป้าหมาย’ มากที่สุด</p>
<p>หลังจากทำการทดลองหลายครั้ง โดยเปลี่ยนเมืองต้นทางและปลายทางไปหลายๆ ที่ มิลแกรม ได้สรุปผลและรายงานว่า จำนวนคนกลางในการส่งเอกสารต่อเป็นทอด ๆ จนภารกิจเสร็จสิ้นนั้นมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.5 หรือ ประมาณ 6 ซึ่งทำให้เกิดเป็นทฤษฎีหกช่วงคน หรือ Six Degrees of Separation นั่นเอง</p>
<p>แม้ทฤษฎี Six Degrees of Separation จะยังไม่ได้รับการยอมรับในระดับสากลแต่ก็มีผู้สนใจและเชื่อถือแนวคิดนี้เป็น จำนวนมาก ไม่นานนักแนวคิดนี้ก็ถูกนำมาสร้างเป็นละครบรอดเวย์ (ค.ศ.1991) และภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน ส่งผลให้ทฤษฎี Six Degrees of Separation เป็นที่รู้จักและแพร่หลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้ว Six Degrees of Separation นี้ยังถูกนำไปดัดแปลงเป็นเกมที่เรียกว่า Six Degrees of Kevin Bacon ด้วยแนวคิดที่ว่า ทุกคนต่างเชื่อว่า เควิน เบคอน เป็นศูนย์กลางของฮอลลีวู้ด ดังนั้น ถ้าจะโยงใครซักสองคนในวงการให้เกี่ยวข้องกัน ก็มักจะต้องมีเควิน เบคอนเป็นตัวกลางเสมอ (ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูสิครับ)</p>
<p>ที่น่าแปลกคือ ได้มีผู้ทดลองนำข้อมูลของดาราราว หนึ่งแสนคน ที่เกี่ยวข้อกับเควิน เบคอน มาหาช่วงระยะเช็คแฮนด์กัน พบว่าระยะห่างจากดาราทั้งหนึ่งแสนคนกับอีตาหมูสามชั้น เควิน เบคอน มีค่าเฉลี่ยออกมาเพียง 2.918 เท่านั้น</p>
<p>หลายปีต่อมาทฤษฎี Six Degrees of Separation นี้ก็ถูกนำมาทดลองเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งโดยใช้อีเมลเป็นตัวกลางในการทดสอบโดยดันแคน วัตต์ส (Duncan Watts) นักวิจัยของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และในปี 1998 ยังมีการศึกษา Degrees of Separation ระหว่าง website สอง website อีกด้วย ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นการขยายผลที่น่าติดตาม และก็คาดว่าคงจะมีการขยายผลในแง่อื่นตามมาในอีกเร็ววัน</p></blockquote>
<p>ที่เอามาให้อ่าน นั่นก็คือที่มาที่ไปของ ทฤษฎีโลกกลมๆ ถ้ามองเป็น Social Network เค้าก็จะบอกว่า คนใน cyberspace สามารถหาเส้นทางที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกันได้โดยไม่เกิน 6 Link จากตรงนี้ดูเหมือนว่าถ้าเราเป็นคนใช้งาน Facebook คนอื่นๆ ใน Facebook ก็น่าจะหาความสัมพันธ์ที่มาเกี่ยวข้องกับเราได้แน่ๆ</p>
<p>ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ เราก็ไม่ได้ไกลจาก ว่าที่ลูกค้า ที่จะส่งทราฟฟิกมาเข้าเว็บเรา หรือมาซื้อของจาก affiliate Link ของเราแหงมๆ แต่ทำไงให้โยงกันมาเป็นลูกค้าได้นั่นอีกเรื่อง เห่อๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://weloveblog.com/my-life/six-degrees-of-separation/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กลับมาอีกแล้ว weloveblog</title>
		<link>http://weloveblog.com/my-life/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-weloveblog-2/</link>
		<comments>http://weloveblog.com/my-life/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-weloveblog-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Feb 2011 17:46:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tomz</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Life]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[weloveblog]]></category>
		<category><![CDATA[เขียนบล็อก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://weloveblog.com/my-life/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-weloveblog-2/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ตั้งใจหยุดงาน คิดว่าจะพักผ่อนสบายๆ ไม่คิดเรื่องงาน เรื่องเว็บ เรื่อง google เรื่อง yahoo เรื่อง bing ให้ปวดหัว แต่มาคิดขึ้นได้ว่า blog ของเราเองยังด๋อยมาตั้ง 3-4 เดือนแล้ว คิดได้ดังนั้นก็เลยมาจัดการสร้าง blog ในโฮสใหม่ซะเลย พูดถึงเรื่อง blog แล้ว ทำให้คิดย้อนกลับไปว่าเราทำ blog มานานเท่าไหร่แล้ว ถึงจะไม่ค่อยได้อัพเดทก็เถอะ ฮ่าๆ นานพอสมควรเลย ต้องย้อนไปในช่วงที่ เว็บไดอารี่กำลังดัง ผมก็เริ่มเขียนเว็บไดอารี่ช่วงนั้นเลย ยุคแรกๆ ช่วงต้นๆ เลยก็ว่าได้ จำได้ว่าตอนเริ่มนั้น ใช้ชื่อโดเมนว่า zyberbeing.com เขียนมันเกือบทุกวัน มีเพื่อนที่เขียนไดอารี่อยู่เยอะพอสมควร แลกลิงค์กันสนุกสนาน ในตอนนั้นเท่าที่จำได้จะมีเว็บไดอารี่ที่ผมรู้จักก็ thaidiarist.com เว็บคุณเก่ง keng.com เว็บของคุณนก diaryaddict.com แล้วก็ที่ยังเจอกันใน social แบบที่ผมจำได้ก็ patsonic.com ต่อมาเมื่อกระแส blog เข้ามาผมก็ได้จดชื่อโดเมนผมใหม่มาเป็น weloveblg.com ในช่วงนี้จำได้แม่นอยู่คนนึงเลยน่าจะเริ่มทำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ตั้งใจหยุดงาน คิดว่าจะพักผ่อนสบายๆ ไม่คิดเรื่องงาน เรื่องเว็บ เรื่อง google เรื่อง yahoo เรื่อง bing ให้ปวดหัว แต่มาคิดขึ้นได้ว่า blog ของเราเองยังด๋อยมาตั้ง 3-4 เดือนแล้ว คิดได้ดังนั้นก็เลยมาจัดการสร้าง blog ในโฮสใหม่ซะเลย</p>
<p>พูดถึงเรื่อง blog แล้ว ทำให้คิดย้อนกลับไปว่าเราทำ blog มานานเท่าไหร่แล้ว ถึงจะไม่ค่อยได้อัพเดทก็เถอะ ฮ่าๆ นานพอสมควรเลย ต้องย้อนไปในช่วงที่ เว็บไดอารี่กำลังดัง ผมก็เริ่มเขียนเว็บไดอารี่ช่วงนั้นเลย ยุคแรกๆ ช่วงต้นๆ เลยก็ว่าได้ จำได้ว่าตอนเริ่มนั้น ใช้ชื่อโดเมนว่า zyberbeing.com เขียนมันเกือบทุกวัน มีเพื่อนที่เขียนไดอารี่อยู่เยอะพอสมควร แลกลิงค์กันสนุกสนาน ในตอนนั้นเท่าที่จำได้จะมีเว็บไดอารี่ที่ผมรู้จักก็ thaidiarist.com เว็บคุณเก่ง keng.com เว็บของคุณนก diaryaddict.com แล้วก็ที่ยังเจอกันใน social แบบที่ผมจำได้ก็ patsonic.com</p>
<p><span id="more-34"></span></p>
<p>ต่อมาเมื่อกระแส blog เข้ามาผมก็ได้จดชื่อโดเมนผมใหม่มาเป็น weloveblg.com ในช่วงนี้จำได้แม่นอยู่คนนึงเลยน่าจะเริ่มทำ blog มาก่อนผมสักพัก เค้าคือ john redtor แห่ง redtor.com นั่นเอง ถ้าสังเกตจะเห็น blog ผมอยู่ใน blogroll ของ redtor อยู่นะตอนนี้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ redtor ดังมากในวงการ internet marketing ใครจะไม่รู้จัก</p>
<p>สำหรับ weloveblog.com ตั้งแต่เริ่มจดโดเมนทำ blog มาตั้งแต่ปี 2006 ผมเขียนเนื้อหาลงไปเยอะมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการพรรณาความรู้สึกนั่น โน่นนี่ เป็นเรื่องเป็นราว แต่พอเว็บหาย จากโฮสล่ม โฮสเจ๊ง ลืมต่ออายุ อะไรพวกนี้ทำให้ข้อมูลหายไปหลายรอบทีเดียว ไม่ได้มีการ back up ไว้เลยสักนิด จะมีเหลือก็แต่บางเรื่องที่พิมพ์ไว้ใน word ก่อน ซึ่งเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นของปีแรกๆ ที่เริ่มทำ เพราะเน็ตตอนนั้นยังอืดอยู่ เลยต้องพิมพ์ใน word แล้วค่อย copy ไปแปะบน blog เอา</p>
<p>ก็ไม่รู้ว่าจะได้อัพเดทบ่อยขนาดไหน แต่ทำมานานแล้ว จะให้หยุดทำไปเลยก็เหมือนชีวิตขาดอะไรไป จริงๆแล้ว รูปแบบการใช้ชีวิตและงานที่ทำของผม มันเหมาะมากกับการเขียน blog เลย มีเรื่องเยอะแยะให้ได้เขียน ได้เล่าตลอด ทั้งเรื่องงาน เรื่องเที่ยว เรื่องกิน มีตลอดทั้งปี ยังไงก็ติดตามกันดูนะครับ กะไว้ว่าปีนี้จะเขียนได้บ่อยกว่าปีที่แล้ว</p>
<p>- Posted using BlogPress from my iPad</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://weloveblog.com/my-life/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-weloveblog-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ก่อนจะมาเป็น กรรมกร ออนไลน์เต็มตัว!!</title>
		<link>http://weloveblog.com/my-life/my-freedom-life/</link>
		<comments>http://weloveblog.com/my-life/my-freedom-life/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2008 12:11:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tomz</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Life]]></category>
		<category><![CDATA[im]]></category>
		<category><![CDATA[life]]></category>
		<category><![CDATA[work]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://weloveblog.com/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[พาด หัวซะดูดีเลย “อิสระภาพของชีวิต และความคิด” มันเป็นแนวทางดำเนินชีวิตของผมในตอนนี้เองครับ กำลังลงมือสร้างอิสรภาพส่วนตัว ในหลายๆ ด้าน ถึงตอนนี้ก็ถือได้ว่าดีกว่าที่คิดไว้หลายเท่า หลังจากสิ่งที่ลงมือทำมาในหลายๆ ปี ที่ผ่านมา สะกดคำว่า “ประสพความสำเร็จ” ไม่ได้เลย การตัดสินใจเมื่อต้นปี ที่คว้าเอาโอกาสนั้นไว้ เมื่อมันผ่านเข้ามา เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และได้ตัดสินใจดำดิ่งลงลึกไปกับมัน โดยที่ต้องทนแรงเสียดทานจากคนรอบข้าง ที่ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมทำอยู่ การตัดสินใจครั้งนั้นถือได้ว่าเป็นของขวัญชิ้นโต สำหรับเด็กโข่งวัยเลยสามสิบมาหนึ่งขวบ อย่างผมคนนี้เลยก็ว่าได้ หลัง จากกลับมาทำงานประจำอีกครั้ง เมื่อกลางปี 2007 รู้สึกว่าชีวิตเดินช้าลงหน่อย ค่อยยังชั่ว ได้หายใจหายคอสะดวก ทำงานเช้า เย็นกลับบ้าน ชีวิตสบายซ้ำซาก แบบนั้น มาได้สัก 5-6 เดือน เริ่มคิดถึงอนาคตของตัวเองในวันข้างหน้า ลูกสาวอีก จะเป้นยังไง งานที่ทำก็ไม่ได้มั่นคงอะไรนักหนา จากวันที่เริ่มคิด ก็ต่อยอดเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต ค้นหาข้อมูลงานที่ผมต้องการ โดยมีเงื่อนไขว่า งานนั้นต้องเกี่ยวข้องกับผู้ร่วมงานน้อยที่สุด เพราะผมทำงานกับใครลำบาก (จากประสบการณ์เสียเพื่อนไปหลายคน จากการทำธุรกิจร่วมกัน) ลงทุนต่ำ เพราะไม่มีเงินถังไปเสี่ยงที่ไหนอีกแล้ว ฟังดูเงื่อนไขเยอะ แต่นี่เป็นสุดยอดงานที่ผมอยากได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พาด หัวซะดูดีเลย “อิสระภาพของชีวิต และความคิด”  มันเป็นแนวทางดำเนินชีวิตของผมในตอนนี้เองครับ  กำลังลงมือสร้างอิสรภาพส่วนตัว ในหลายๆ ด้าน  ถึงตอนนี้ก็ถือได้ว่าดีกว่าที่คิดไว้หลายเท่า  หลังจากสิ่งที่ลงมือทำมาในหลายๆ ปี ที่ผ่านมา สะกดคำว่า “ประสพความสำเร็จ”  ไม่ได้เลย การตัดสินใจเมื่อต้นปี ที่คว้าเอาโอกาสนั้นไว้  เมื่อมันผ่านเข้ามา เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ  และได้ตัดสินใจดำดิ่งลงลึกไปกับมัน โดยที่ต้องทนแรงเสียดทานจากคนรอบข้าง  ที่ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมทำอยู่  การตัดสินใจครั้งนั้นถือได้ว่าเป็นของขวัญชิ้นโต  สำหรับเด็กโข่งวัยเลยสามสิบมาหนึ่งขวบ อย่างผมคนนี้เลยก็ว่าได้</p>
<p><span id="more-39"></span></p>
<p>หลัง จากกลับมาทำงานประจำอีกครั้ง เมื่อกลางปี 2007  รู้สึกว่าชีวิตเดินช้าลงหน่อย ค่อยยังชั่ว ได้หายใจหายคอสะดวก ทำงานเช้า  เย็นกลับบ้าน ชีวิตสบายซ้ำซาก แบบนั้น มาได้สัก 5-6 เดือน  เริ่มคิดถึงอนาคตของตัวเองในวันข้างหน้า ลูกสาวอีก จะเป้นยังไง  งานที่ทำก็ไม่ได้มั่นคงอะไรนักหนา จากวันที่เริ่มคิด  ก็ต่อยอดเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต ค้นหาข้อมูลงานที่ผมต้องการ  โดยมีเงื่อนไขว่า งานนั้นต้องเกี่ยวข้องกับผู้ร่วมงานน้อยที่สุด  เพราะผมทำงานกับใครลำบาก (จากประสบการณ์เสียเพื่อนไปหลายคน  จากการทำธุรกิจร่วมกัน) ลงทุนต่ำ เพราะไม่มีเงินถังไปเสี่ยงที่ไหนอีกแล้ว  ฟังดูเงื่อนไขเยอะ แต่นี่เป็นสุดยอดงานที่ผมอยากได้ ตอนนั้นผมเรียกมันว่า  งานในอุดมคติ หรืองานในฝันนั่นเอง</p>
<p>สิ่งที่พี่ Gooบอกผม (ผมหมายถึงพี่ Google.com นะ)  ในช่วงที่ผมกำลังตามหางานในฝันอยู่นั้น ส่วนใหญ่  จะตรงกับงานที่พวกฝรั่งเรียกกันว่า “Internet Marketing” ฟังดูดีจังเลย  แต่เดี๋ยวก่อนน!! เมื่อปีที่แล้วผมเคยเสียเงิน พอสมควร กับการทำ เจ้า  “Internet Marketing” นี่หละ มันทำให้ผมแทบจะปฏิเสธสิ่งที่พี่ Goo  บอกในทันที!! แต่!! (แต่อีกแล้ว) กลับมาคิดอีกที ถ้ามันไม่ดี ทำไม มีข้อมูล  “Internet Marketing” พวกนี้อยู่ในระบบ google มากมายขนาดนี้….</p>
<p>หลังจากสงสัย ผมเลยทำการหาข้อมูลอย่างจริงจังในช่วงสิ้นปี 2007  โดยการเข้าไปไล่อ่านเว็บบอล์ดของกลุ่มคนไทย ที่ทำงานทางด้านนี้  และกลับไปเข้าเว็บที่เคยชวนผมเสียเงินเมื่อปีที่แล้ว  จากการหาข้อมุลแบบลืมวัน ลืมคืน ยิ่งได้เจอ ได้เห็นข้อมูล ที่มากขึ้นๆ  ก็รู้ว่างานนี้มันเหมาะกับเรามากๆ เห็นรายได้ของคนอื่นๆ แล้ว  ชวนให้เคลิ้มไปเลยทีเดียว …ว่าแต่ ว่า ผมจะทำได้แบบเค้าหรือป่าวว  ผมเจ๋งพอไหมที่จะกระโดดเข้าไปทำงานตรงนี้ … วินาทีนี้ สำคัญมากครับ  ทุกครั้งที่ผมตัดสินใจ ด้วยความรู้สึกแบบนี้ เกือบ 100%  เป็นการตัดสินใจที่ผิด!!</p>
<p>ผ่านปีใหม่มาไม่กี่วัน ผมได้รับอีเมล์ฉบับหนึ่ง  มาจากใครคนนึงที่ผมไม่รู้จัก แต่เคยได้ยินชื่อคนนี้มาผ่านๆ เท่าที่จำได้  เจ้าของอีเมล์คนนี้เป็นคนไทย ที่ทำเงินจากการประกอบอาชีพทางด้าน “Internet  Marketing” ในระดับล้านบาท ต่อเดือน จริงไม่จริงตอนนั้นไม่รู้ ฟังเค้ามา…  เนื่้อหาใน อีเมล์ ชักชวนให้มารวมกลุ่มในเว็บบอล์ดลับ ใต้ดิน!!! “อ่า  ใครจะทำงานแบบนี้ ต้องมีความลับด้วยวุ้ย!!” ผมอุทานในใจ  ด้วยความที่หาความรู้เรื่องเหล่านี้มาพอสมควร  บวกกับความที่เป็นคนถูกชักจูงได้ง่าย ผมเลยตัดสินใจเข้าร่วม  เว็บบอล์ดใต้ดิน แห่งนั้น!! งานนี้ผมเสียเงินอีกแล้ววว…</p>
<p>แต่คราวนี้ผมมาถูกทางครับ..</p>
<p>อิสระ ภาพของชีวิต และความคิด เริ่มเห็นชัดมากขึ้น ผมได้ทำในสิ่งที่ผมรัก  ผมมีพลังมหาศาล สามารถทำงานนั้นได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  ผมมีความมั่นใจ ผมสนุกกับคืนวัน  ที่ได้คลุกอยู่กับสิ่งนั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น คนเราจะเก่งไปทุกๆ อย่าง  มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว หาหนทางที่เป็นของตัวเองดีกว่า ผมเชื่อครับว่า  คนเราส่วนใหญ่รู้ตัวเองดี ว่าอยากให้ชีวิตของตน เดินไปในรูปแบบไหน  ถ้าหนทางที่จะเดินไปยังจุดหมายที่ตั้งใจนั้น ในวันนี้ยังไม่เจอ  อย่าเพิ่งท้อ พยายามสร้างสิ่งแวดล้อมของตัวเราเอง  ให้ส่งเสริมกับสิ่งที่เราต้องการ อย่าไปชะล่าใจกับชีวิตนะครับ</p>
<p>โอกาสมันไม่ได้เลือกเราครับ เราเองที่เป็นคนเลือกมัน เงื่อนไขมีนิดเดียว คุณพร้อมหรือป่าว เท่านั้น..</p>
<p>ปล. ผมไม่ได้มาโม้ ให้คุณสนใจอยากทำนะ ไม่ได้อยากชวนใครมาทำ ไม่ต้องคิดว่าผมจะมาหลอก ชวนคุณทำอะไรนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://weloveblog.com/my-life/my-freedom-life/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความเข้าใจที่ไม่เคยได้เข้าใจ</title>
		<link>http://weloveblog.com/my-life/never-know/</link>
		<comments>http://weloveblog.com/my-life/never-know/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Aug 2007 13:41:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tomz</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://weloveblog.com/?p=26</guid>
		<description><![CDATA[ผมเดินออกจากลิฟท์ เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก เท้าทั้งสองข้างพยายามเบี่ยงเบนพาร่างกายเดินตรงไปที่หน้าต่าง แทนที่จะเดินเข้าห้องทำงานเหมือนที่เคย วันนี้คืออีกวันในฤดูฝน ที่ผมต้องเสียใจกับเรื่องซ้ำซาก เรื่องซ้ำซากที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกอย่างร้ายกาจ จนต่อมน้ำตาต้องออกแรงทำงานกันอีกครั้ง ฝนตกปอยๆ ผมยืนอยู่ริมหน้าต่างของตึกชั้นที่ 7 ลมจากภายนอกอาคารพัดหอบเอาฝนเม็ดน้อย เข้ามาไล้สองแก้ม ท่าทีเหมือนจะปาดน้ำตาบนหน้าใบเศร้าใบนี้ ผมคิดขอบคุณลมและเม็ดฝนอยู่ในใจ ถึงแม้มันจะไม่สามารถทำให้ผมตื่นจากความรู้สึกแย่ๆ ได้ก็ตาม อย่างน้อยมันก็ยังมีน้ำใจกว่าใครบางคน ที่คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับผลที่เกิดขึ้นกับผมครั้งนี้ ลมยังพัดหอบเม็ดฝนเข้ามาทางหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับต่อมน้ำตาที่ทำงานสอดรับกับลมและฝนอย่างขยันขันแข็ง ความรู้สึกแย่ๆ ที่เป็นตัวบงการให้ต่อมน้ำตาต้องออกแรง มันไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับชีวิตของผม แต่ถึงกระนั้นผมก็ไม่สามารถทำความคุ้นเคยกับมันได้สักที ความจริงก็คือ เรื่องบางเรื่องผมไม่มีหน้าที่ ที่จะต้องไปทำความเข้าใจกับมัน เพราะที่สุดแล้วมันไม่มีความเข้าใจให้ผมได้สบายใจเลย การพยายามวิ่งทำความเข้าใจกับเรื่องพวกนี้นอกจากจะทำร้ายความรู้สึกตัวเอง ตลอดเวลาแล้ว ยังทำร้ายคนรอบข้างที่อยู่ในระยะทำการของความรู้สึกเราอีกด้วย เลิกทำความเข้าใจ เลิกมานั่งคิด นั่งถามว่า “ทำไม” “เพราะอะไร” เสียที ผมพูดกับความรู้สึกอ่อนล้าในใจ ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ริมหน้าต่างชั้น 7 แล้ว  ผมกำลังก้าวขึ้นบันไดไปที่ดาดฟ้า ประตูดาดฟ้าไม่ได้ปิดไว้อย่างสนิท ทำให้แสงที่ไม่สว่างนักในฤดูฝนผ่านช่องประตูเข้ามา ถึงไม่ได้เป็นแสงสว่างที่สวยเหมือนในฤดูอื่นๆ สำหรับผมตอนนี้มันก็ดูจะเป็นทางสว่างที่ดีที่สุด ผมเปิดประตูดาดฟ้าออกไปหาแสงสว่าง อากาศบนดาดฟ้าตึกขนาด 8 ชั้น ดีอย่างไม่ธรรมดาเลย รู้อย่างนี้ผมน่าจะก้าวออกมาเสียตั้งแต่ทีแรก ทนอยู่กับการทำความเข้าใจที่มันไม่เคยได้เข้าใจมาตั้งนาน ตอนนี้ฝนเริ่มพากันตกหนักขึ้น ดูเหมือนมันจะมาร่วมไว้อาลัยให้กับผม ที่ได้ตายจากความรู้สึกของใครบางคน…]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p lang="th">ผมเดินออกจากลิฟท์ เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก เท้าทั้งสองข้างพยายามเบี่ยงเบนพาร่างกายเดินตรงไปที่หน้าต่าง แทนที่จะเดินเข้าห้องทำงานเหมือนที่เคย วันนี้คืออีกวันในฤดูฝน ที่ผมต้องเสียใจกับเรื่องซ้ำซาก เรื่องซ้ำซากที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกอย่างร้ายกาจ จนต่อมน้ำตาต้องออกแรงทำงานกันอีกครั้ง</p>
<p>ฝนตกปอยๆ ผมยืนอยู่ริมหน้าต่างของตึกชั้นที่ 7 ลมจากภายนอกอาคารพัดหอบเอาฝนเม็ดน้อย เข้ามาไล้สองแก้ม ท่าทีเหมือนจะปาดน้ำตาบนหน้าใบเศร้าใบนี้ ผมคิดขอบคุณลมและเม็ดฝนอยู่ในใจ ถึงแม้มันจะไม่สามารถทำให้ผมตื่นจากความรู้สึกแย่ๆ ได้ก็ตาม อย่างน้อยมันก็ยังมีน้ำใจกว่าใครบางคน ที่คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับผลที่เกิดขึ้นกับผมครั้งนี้</p>
<p><span id="more-26"></span></p>
<p lang="th">ลมยังพัดหอบเม็ดฝนเข้ามาทางหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับต่อมน้ำตาที่ทำงานสอดรับกับลมและฝนอย่างขยันขันแข็ง ความรู้สึกแย่ๆ ที่เป็นตัวบงการให้ต่อมน้ำตาต้องออกแรง มันไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับชีวิตของผม แต่ถึงกระนั้นผมก็ไม่สามารถทำความคุ้นเคยกับมันได้สักที</p>
<p>ความจริงก็คือ เรื่องบางเรื่องผมไม่มีหน้าที่ ที่จะต้องไปทำความเข้าใจกับมัน เพราะที่สุดแล้วมันไม่มีความเข้าใจให้ผมได้สบายใจเลย การพยายามวิ่งทำความเข้าใจกับเรื่องพวกนี้นอกจากจะทำร้ายความรู้สึกตัวเอง ตลอดเวลาแล้ว ยังทำร้ายคนรอบข้างที่อยู่ในระยะทำการของความรู้สึกเราอีกด้วย</p>
<p>เลิกทำความเข้าใจ เลิกมานั่งคิด นั่งถามว่า “ทำไม” “เพราะอะไร” เสียที ผมพูดกับความรู้สึกอ่อนล้าในใจ ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ริมหน้าต่างชั้น 7 แล้ว  ผมกำลังก้าวขึ้นบันไดไปที่ดาดฟ้า ประตูดาดฟ้าไม่ได้ปิดไว้อย่างสนิท ทำให้แสงที่ไม่สว่างนักในฤดูฝนผ่านช่องประตูเข้ามา ถึงไม่ได้เป็นแสงสว่างที่สวยเหมือนในฤดูอื่นๆ สำหรับผมตอนนี้มันก็ดูจะเป็นทางสว่างที่ดีที่สุด ผมเปิดประตูดาดฟ้าออกไปหาแสงสว่าง อากาศบนดาดฟ้าตึกขนาด 8 ชั้น ดีอย่างไม่ธรรมดาเลย รู้อย่างนี้ผมน่าจะก้าวออกมาเสียตั้งแต่ทีแรก ทนอยู่กับการทำความเข้าใจที่มันไม่เคยได้เข้าใจมาตั้งนาน</p>
<p lang="th">ตอนนี้ฝนเริ่มพากันตกหนักขึ้น ดูเหมือนมันจะมาร่วมไว้อาลัยให้กับผม ที่ได้ตายจากความรู้สึกของใครบางคน…</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://weloveblog.com/my-life/never-know/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

